395 Years Pinto’s Pérégrinação : an Account of Historiography or Adventurous Novel
บันทึกของปินโตเป็นอกสารสำคัญที่กล่าวถึงเรื่องราวส่วนหนึ่งเกี่ยวกับทรัพยากร การทหาร วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ กฎหมายและเรื่องราวในราชสำนักสยามกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 เรื่องเราวในหนังสือสอดคล้องกับงานเขียนของนักประวัติศาสตร์ชาวโปรตุเกสหลายคน หนังสือของปินโตถูกตีพิมพ์เผยแพร่อย่างกว้างขวางในยุโรป จึงเป็นเหตุให้เขาถูกวิจารณ์อย่างแรง
ผู้เขียนเห็นว่างานนิพนธ์ของปินโตมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากกว่าจะถูกมองว่าเป็นเพียงวรรณกรรมประโลมโลกหรอนิยายผจญภัยของกลาสีเรือ แม้เนื้อหาบางตอนจะดูตื่นเต้นเร้าใจเกินกว่าจะมีความสมจริงตามทัศนะของนักประวัติศาสตร์ งานของปินโตถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความแม่นยำของศักราช เพราะบันทึกของเขาเป็นเอกสารที่เขียนขึ้นจากความทรงจำเมื่อเขาเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ในโปรตุเกสระยะหนึ่งแล้ว ในทางกลับกันอาจจะมีผู้ใช้บันทึกของปินโตมาตรวจสอบความแม่นยำของเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่งอย่างจริงจังในอนาคตก็ได้

บทวิจารณ์
ข้าพเจ้าความคิดเห็นว่า บันทึกของปิ่นโตนี้อาจไม่ใช่เรื่อง ลวงโลกถึงแม้ว่า บางตอน อาจจะดูไม่น่าเชื่อหรือเปรียบได้ว่าคนคนนึงจะสามารถเดินทางไปไหนต่อไหน ได้ไกลและสามารถทนต่อความยากลำบากอย่างไม่น่าเชื่อได้ขนาดนี้
จากบทสรุปที่ว่า
การที่ปินโตเคยเป็นทูตของข้าหลวงโปรตุเกสแห่งมะละกาไปยังรัฐต่างๆในภูมิภาคแถบนี้ อีกทั้งยังเคยเป็นทหารและนักสอนศาสนาของโปรตุเกสด้วย เขาจึงน่าจะเป็นบุคคลที่มีเกียรติพอที่จะได้รับความเชื่อถือจากผู้มีฐานะเป็นศัตรูชาติโปรตุเกสในยุโรปหรือแม้แต่ชาวโปรตุเกสบางคน แต่เขาก็ไม่เคยถูกนักประวัติศาสตร์โปรตุเกส อาทิ ดูอาร์ตึ บาร์บูซา(Duarte Barbosa) จูอาว ดึ บารอส(João de Baros )และคาสปาร์ คอร์รีอา(Caspar Correa)เสียดสีเลยแม้แต่น้อย
แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เขาได้ กล่าวไว้ในบันทึกกับสิ่งที่เขาเคยได้ทำนั้น ได้รับการยอมรับจากนักประวัติศาสตร์ ในส่วนที่มีการล้อเลียนหรือเห็นว่าบันทึกของปิ่นโตนี้เป็นเพียงนิยายมาจากจินตนาการ
โดยที่กล่าวถึงความแม่นยำในศักรราชเพราะเขาได้เขียนจากความทรงจำไม่ได้เขียนในขณะนั้นเลย แต่มีบทความหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า อาจจะเกิดจากการแปล ที่ ผิดผลาดคลาดเคลื่อนทางความหมาย ในตอนที่ว่า
การกล่าวว่ากองทัพพม่านำกระบือและแรดมาลากปืนใหญ่เพื่อทำสงครามกับสยามในฉบับแปลของโคแกน ทำให้วูด(Wood)ชี้ว่างานเขียนของปินโต “เป็นหลักฐานเชิงจินตนาการ” ข้อเสนอของวูดอาจทำให้นักเรียนประวัติศาสตร์เห็นคล้อยไปกับคอนเกรฟที่ระบุว่า ปินโตเป็นคนขี้ปด
แต่ก็มีบุคคลมาชี้แจงคือ ดร. เจากิง ดึ กัมปุชแย้งว่า ปินโตไม่เคยระบุคำว่า “แรด” ในงานเขียน คำศัพท์ที่เขาใช้ คือ คำว่า “bada หรือ abada”นั้น ในคริสต์ศตวรรษที่16 หมายถึง สัตว์ป่า หรือ สัตว์เลี้ยงที่กลายเป็นสัตว์ป่า
บันทึกของปิ่นโตมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากกว่าที่จะกล่าวหาว่าเป็นเรื่องลวงโลกเพราะทางประวัติศาสตร์ไทยก็ได้ใช้มาอ้างอิงในประวัติศาสตร์นักประวัติศาสตร์ไทยหลายคนเลือกใช้ข้อมูลของปินโตมาอ้างอิงโดยตลอด อาทิ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา มานพ ถาวรวัฒน์สกุลในเรื่องขุนนางอยุธยา(2536) อ้างเรื่องยศขุนนางสมัยอยุธยาตอนกลาง สุเนตร ชุตินทรานนท์ในเรื่องบุเรงนองกะยอดินนรธา(2538) ก็อ้างเอกสารของปินโตซึ่งระบุตรงกับราล์ฟ ฟิตซ์ (Ralph Fitch)ว่า พระเจ้าบุเรงนองนำเอาเรื่องการขอช้างเผือกมาเป็นสาเหตุของสงครามระหว่างสยามกับพม่าใน ค.ศ.1569 เป็นต้น
จึงแสดงให้เห็นว่า บันทึก ของปินโต มีความเป็นจริงมากกว่าในส่วนที่มองว่าอาจเป็นเรื่องลวงโลกอาจเป็นความคิดเห็นส่วนบุคลโดยรวมแล้ว บันทึก ของปินโต ถือได้ว่าเป็นแหล่งของมูลอย่างหนึ่งในการค้นคว้า เหตุการ์ณทาง ประวัติศาสตร์ และมีประโยชน์ในการศึกษาการเรียนรู้สภาพภูมิศาสตร์ของโลกให้มากยิ่งขึ้น
เขาระบุว่าอุทิศการทำงานให้แก่พระเจ้ามิได้หวังชื่อเสียง นั้นคือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่ดีของเข้าอีกด้วย
ทำให้ตัวหนังสือใหญ่เท่ากัน เว้นช่องว่าระหว่างย่อหน้า 1 บรรทัด หาภาพแทรกเพิ่ม
ตอบลบดีมาก น่าสนใจเยอะเลย
ตอบลบ